กักบริเวณอยู่บ้าน คนไม่มีคนรักจะต้องไม่หงอยเหงา เพราะเหตุว่าพวกเรามีหนังเป็นเพื่อน

เชิญชวนคนไม่มีคู่รักมา ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านกัน ตอนกักบริเวณวัววิดอย่างนี้ คนไม่มีคู่รักแบบพวกเราจำเป็นต้องไม่หงอยเหงา (เฉือนน้ำตา) ถ้าหากมีคู่ในช่วงกักบริเวณอย่างงี้คงดีไม่น้อย! แม้กระนั้นสำหรับคนไม่มีคู่ทั้งหลายแหล่ไม่ต้องเศร้าใจไป ด้วยเหตุว่าวันนี้ พวกเรามีหนังรักสำหรับคนไม่มีคู่รัก มองออนไลน์สบายๆอยู่บ้านมาฝากกัน ปีต่อไปฟ้าใหม่หวังดวงใจว่าจำต้องพบผู้ที่ใช่อย่างแน่แท้ แต่ว่าปีนี้ให้หนังอยู่เป็นเพื่อนแก้เหงาหงอยไปก่อนนะ

Single Lady / ด้วยเหตุว่าเคยมีคู่รัก (2015)
ขนาดอั้ม พัชราภายังไม่มีคู่ นับประสาอะไรกับเราประชากรตาดำๆ“Single Lady เนื่องจากเคยมีคนรัก” บอกเล่าเรื่องราวของ “ไบรท์” สาวสวยสุดเพอร์เฟคที่บังเอิญไปดูแพทย์แล้วโดนทักว่าเพราะว่าอะไรบางอย่างในอดีตกาลที่ทำให้คุณจำเป็นต้องไม่มีคู่ครองอยู่อย่างงี้ ไบรท์ก็เลยจำเป็นต้องกลับไปตามหาคนรักเก่าอีกทั้ง 5 คนเพื่อสะสางปัญหาอะไรบางอย่างให้ครบ

Bangkok Traffic Love Story / รถไฟฟ้า มาหานะคุณ (2009)
เป็นหนังที่ให้กำลังใจคนไม่มีแฟนว่าพวกเราจำเป็นต้องพบผู้ที่ใช่เข้าวันใดวันหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับ “รถไฟฟ้า มาหานะคุณ” ที่พูดถึง “เหมยลี่” สาวโสดวัย 30 ที่จะต้องทนกับเรื่องเพื่อนฝูงในกรุ๊ปสมรสไปซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งวันนึงคุณได้ทราบจะกับ “คุณลุง” วิศวกรซ่อมแซมรถไฟฟ้าด้วยความบังเอิญ เหมยลี่รู้สึกว่านี่เป็นจังหวะท้ายที่สุดที่คุณจะได้ลงจากคานท่ามกลางความแตกต่างของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแล้วก็เวลาทำงานที่คุณจำเป็นต้องพบเจอ

Her / คุณ…หวานใจ (2013)
เป็นหนังรักที่พลอตแปลกประหลาดแถมกับโลกเดี๋ยวนี้แบบสุดๆเมื่อ “ธีโอดอร์” ตัวนำของเรื่องได้หลงเสน่ห์หญิงคนหนึ่งเข้าอย่างจัง ซึ่ง Her คนนี้ไม่ใช่เพศหญิงสุดงามแวววาวเสน่ห์ไหนแม้กระนั้นคุณเป็นระบบปฏิบัติการในคอมพิวเตอร์ที่เขาใช้อยู่แต่ละวันนั่นเอง เพียงแค่พลอตคู่รักกับระบบปฏิบัติก็ไม่ทราบจะทายใจตอนสุดท้ายอย่างไรแล้ว!!

The Lobsters / ไม่มีคู่หงอยเหงาเป็นล็อบสเตอร์ (2015)
เพียงแค่ชื่อก็ระลึกถึงเมนูอาหารสุดวิจิตรตระการตาอย่างกุ้งล็อบสเตอร์แล้ว โดย The Lobsters บอกเล่าเรื่องราวของสมัยอนาคตที่การไม่มีคู่ครองแปลงเป็นเรื่องต้องห้าม ซึ่งถ้าเกิดคนไหนกันที่ไม่มีแฟนนานเกิน 45 วัน เขาคนนั้นก็จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นสัตว์ไปตลอดไป

(500) days of summer / ซัมเมอร์ของฉัน 500 วัน ไม่ลืมเลือนคุณ (2009)
ราวกับจะเที่ยงธรรมเนียมไปแล้วว่าคนหงอยเหงาจำเป็นต้องมอง (500) days of summer โดยข้างในหนังประเด็นนี้จะบอกเล่าเรื่องราวความรักอีกทั้ง 500 วันของนายทอมกับนางสาวซัมเมอร์ ตั้งแต่ก่อนพบกัน จีบกัน รักกัน ไปจนกระทั่งทะเลาะกัน รับประกันมองจบแล้วจำต้องคิดบางอย่างได้อย่างแน่แท้

Sexphone / คลื่นเหงาหงอย สาวข้างบ้าน (2003)
สำหรับผู้คนที่เติบโตมาในตอนคลื่นวิทยุรุ่งโรจน์อาจจะเคยชินกับการขอเพลงหรือเสวนาเปลี่ยนประสบการณ์ทางหน้าไมค์กับนักจัดรายการวิทยุอยู่ไม่น้อย โดย “Sexphone คลื่นเหงาหงอย สาวข้างบ้าน” พูดถึงเรื่องราวของ “ซุกซน” แล้วก็ “เจ” สองเพื่อนบ้านที่มีเรื่องมีราวราวขัดแย้งอยู่เป็นประจำ กระทั่งเหตุบังเอิญในคลื่นวิทยุที่ทำให้พวกเขาจำต้องมาคุยกันถูกคอแบบบังเอิญโดยที่ไม่เคยรู้ว่าตัวจริงเป็นคนใดกัน

Dear Dakanda / คู่หู (2005)
มั่นใจว่า ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยจะต้องเคยแอบชอบคู่หูกันอย่างไม่ต้องสงสัย โดย “คู่หู” หนังรักจากค่าย GTH ที่ได้แรงจูงใจมาจากบทกลอนเรื่อง “กล่องไปรษณีย์สีแดง” บอกเล่าเรื่องราวของสองเพื่อนเกลออย่าง “ไข่ห้อย” แล้วก็ “ดากานดา” ที่หลงรักคู่หูแบบไม่รู้ตัว ตอนกักบริเวณนี้ต้องหามาดูให้ได้นะ ประเด็นนี้สนุกสนานมากมายเลยล่ะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

เพราะเหตุไร? ฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการดูหนังสำเร็จกว่าฝึกหัดจากการอ่านหนังสือ

ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านก็สามารถฝึกฝนภาษาอังกฤษสำเร็จกว่า ฝึกฝนจากหนังสือนะ เพราะเหตุใด ทราบมั้ย เวลาพวกเราเรียนหรือฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือ พอเพียงอ่านไปครู่หนึ่งพวกเราก็อาจรู้สึกเบื่อ แล้วมันจะมีทางไหนที่ทำให้พวกเราทำความเข้าใจได้อย่างไม่เบื่อบ้าง หนึ่งในนั้นเป็นการดูหนังอย่างไรล่ะ การฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการดูหนังเป็นเลิศในแนวทางที่จะทำให้ภาษาอังกฤษพวกเราเจริญแบบกก้าวกระกระโดด การดูหนัง มันก็สนุกสนานอยู่แล้ว รวมทั้งมันจะดีเยี่ยมถ้าหากพวกเราสนุกสนานไปด้วยทำความเข้าใจภาษาอังกฤษไปด้วย และก็นี่หมายถึงเหตุผล ที่เพราะอะไรการฝึกหัดภาษาอังกฤษจากหนัง ถึงสำเร็จกว่า การฝึกฝนจากหนังสือ เหตุผลพวกนั้น มีอะไรบ้าง มาดูกัน

1. ด้วยเหตุว่าการดูหนังมันบันเทิงใจกว่า
การเล่าเรียนไปพร้อมๆกับความเพลิดเพลิน ย่อมดียิ่งกว่าศึกษาแบบน่ารำคาญเสมอ ยิ่งหากได้ดูหนังที่ชอบแล้วด้วย ประเภทที่แบบคิดออกทุกอารมณ์แล้วก็คำกล่าว ก็ยิ่งศึกษาได้เร็ว รวมทั้งทำให้พวกเราจำต้นแบบประโยคได้ว่า อารมณ์อย่างงี้ พวกเราเอาคำกล่าวโก้ๆแบบงี้มาบอกได้นะ การดูหนังที่สนุกสนานและก็ตนเองถูกใจ จะช่วยทำให้พวกเราทำความเข้าใจได้เร็วขึ้นจริงๆเมื่อเทียบกับการอ่านหนังสือ

2. ได้คำคม/คำบอกเล่านำไปใช้ได้ต่อแบบหรูๆรวมทั้งนึกออกแน่ๆ
หนังหลายๆเรื่องชอบมีคำคม และก็ให้ข้อคิดเตือนใจกับพวกเราเสมอ พวกเราสามารถทำความเข้าใจภาษาอังกฤษจากคำคมพวกนั้นได้ หรือนำคำคมพวกนั้น มาปรับใช้กับชีวิตประจำวันพวกเราก็ยังได้ ดังเช่นว่า ถ้าเกิดคนไหนกันเคยมองเรื่อง Spider Man แล้วก็ถูกใจประเด็นนี้ คงจะไม่มีผู้ใดไม่รู้ คำคมคำนี้ สามารถเอาคำคมนี้ไปใช้บอกในขณะที่จำเป็นต้องรับผิดชอบงานอะไรที่มันใหญ่มหึมาได้ ฮ่าๆ
“With great power comes great responsibility”
“อำนาจที่ยิ่งใหญ่ มากับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง”
หรือหนังเรื่อง Fast & Furious 6 ก็ได้ข้อคิดเตือนใจแล้วก็คำคมมา
“Every man has to have a code”
“เป็นลูกผู้ชายจึงควรมีแนวทาง”

3. ภาษาในหนังเป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตจริง
ในตำราเรียนโดยมาก บางครั้งบางคราวจะพบศัพท์หรือประโยคโบราณๆที่คนปัจจุบันเขาพูดน้อยกันแล้ว ชอบเป็นภาษาแบบทางการซะมากยิ่งกว่า แต่ว่าในหนังเป็นภาษาพูดทั่วๆไปที่พวกเรานำไปใช้เอาอย่างกล่าวต่อในชีวิตได้จริงๆ

4. ได้ทราบความหมายของศัพท์ที่ไม่ใช่แค่เฉพาะคำแปล
เวลาเรียนในห้องเรียน คุณครูให้การบ้าน แปลศัพท์จากหนังสือ พวกเราก็จะได้แต่ว่าเพียงแค่คำแปล แต่ว่าพวกเราจะคิดไม่ค่อยออกว่า พวกเราจะใช้ประโยชน์ที่แหน่งใด ใช้อย่างไร แม้กระนั้นหากในหนัง พวกเราจะทราบถึงบริบทของคำนั้นๆทราบว่าใช้คำนั้นอย่างไร แล้วก็ใช้เมื่อไหร ยิ่งถ้าหากดูหนังแนวเดิมๆเป็นประจำอย่างเช่นหนังแนวสอบสวน ก็จะทราบศัพท์ แล้วก็บริบทของคำนั้นๆเพิ่มมากขึ้นด้วย เป็นต้นว่า ถ้าเกิดพวกเราเพิ่งจะทราบคำศัพท์ใหม่แบบที่ไม่เคยทราบมาก่อน อย่างคำว่า Detective ที่หมายความว่า สายลับ ร้อยอีกทั้งเก้าสิบเก้าจุดเก้าๆเพียงพอเปิดดิกเสร็จ รู้เรื่องรู้ราวหมายละ แต่ว่าไม่เคยได้ใช้เลย สักครู่ก็ลืมศัพท์คำนี้ แต่ว่าถ้าเกิดเป็นหนังนะ ดูหนังสองสามเรื่องเกี่ยวกับสอบสวนสืบสวนก็เพียงพอจะทราบดีแล้ว Detective หมายความว่าอะไร พวกเราสามารถใช้ได้หลายแบบอย่าง ทั้งยังใช้นำหน้าชื่อได้ ดังเช่น Detective Loki จากหนังที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับประเด็นการลักพาตัวเด็กอย่างหนังอ่อนว Prisoners หรือบางครั้งอาจจะใช้เป็นคำนามบอกอาชีพก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น He’s a detective
แล้วก็สิ่งที่จำเป็นเลย เป็นรู้ดีว่า เว้นเสียแต่ทราบว่า Detective มีความหมายว่าอะไรแล้ว ยังทราบดีว่าทำอะไรบ้างอีก เป็นต้นว่ายอดเยี่ยมหนังเรื่อง Seven ที่ กางรดพิทแล้วก็มอร์แกนฟรีแมนแสดงเป็นสายสืบ กล่าวได้ว่า ยิงปืนนัดหมายเดียว ได้นกสองตัว (Killing two birds with one stone.) แบบงี้หนังสือทำไม่ได้นะอิอิ

5. ดูหนังได้อารมณ์มากมายว่าอ่านหนังสือเป็นไหนๆ
มีคนกล่าวว่า อารมณ์ของเนื้อความที่พวกเราได้ยินนั้น 30% มาจากศัพท์หรือใจความที่พวกเราใช้ แต่ว่าอีก 70% ที่เหลือเป็น มาจากบริบทต่างๆของผู้พูดได้แก่ กล่าวอย่างไร ยิ้มไหม น้ำเสียงคืออะไร เสียงดังหรือไม่ สิ่งกลุ่มนี้ไม่สามารถที่จะบอกได้ด้วยตำราเรียน อย่างไรก็แล้วแต่ มิได้แปลว่าการการฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือไม่ดี ทั้งหมดทุกอย่างล้วนมีจุดเด่นของมันหมด แม้กระนั้นการฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการดูหนัง soundtrack นั้น ช่วยในประเด็นการฟังได้มากมาย พอเพียงฟังได้แล้วการพูดก็จะตามมา เนื่องจากพวกเราเอาอย่างจากการฟัง เสมือนเด็กนั่นแหละขอรับที่ฟังก่อน ค่อยกล่าวเป็น นี่เป็นฐานรากสำคัญ แม้กระนั้นสิ่งที่จำเป็นเยอะที่สุดเลยเป็น ความมุ่งมั่นรวมทั้งความสม่ำเสมอ แรกๆบางครั้งก็อาจจะยาก แต่ว่าเชื่อเถอะ วันใดวันหนึ่งนึง คุณจะฟังแล้วเกือบจะไม่ต้องประเมินผลอะไรเลย ด้วยเหตุผลดังกล่าว มาเริ่มดูหนัง Soundtrack กันเลยดีกว่าเนอะ ถ้าเกิดผู้ใดกันยังไม่รู้จักว่า เพราะเหตุใดพวกเราควรจะดูหนัง เสียง soundtrack มากมายเสียงบรรยายไทย

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

แนวทางการดูหนังกับกระบวนการทำวิดีโอคอนเท้นต์สู่การเป็นยูทูปเบอร์

เคยรู้มาก่อนมั้ยว่าการ ดูหนังออนไลน์ มองซี่ปรี่ย์ออนไลน์ อยู่บ้านปกติก็ฝึกฝนความถนัดแนวทางการทำวิดีโอคอนเท้นต์ต่อยอดการเป็นยูทูปเบอร์ได้ ! ที่สำคัญเป็น จำต้องดูหนังให้เป็น หนังนอกเหนือจากการที่จะมอบความสนุกสนานร่าเริง บรรเทาแล้ว พวกเรายังสามารถเพิ่มมุมมอง ความนึกคิด เนื้อหาต่างๆให้พวกเราได้อีกด้วย ทดลองสังเกตุมองว่าหนังหลายๆเรื่องจัดวางส่วนประกอบ ฉาก แสงสว่าง สีเจริญแล้วก็งามมากมาย คนทำหนังทำเช่นไร จัดมุมกล้องถ่ายรูปอย่างไร หนังแต่ละเรื่องมีแนวความคิดอย่างไรสำหรับเพื่อการเสนอเรื่องราว ให้น่าดู น่าติดตาม มาทดลองพิจารณาเนื้อหากลุ่มนี้กัน ตามมาเลย

1. พิจารณาโทนสีที่ใช้
โทนสีที่ใช้ในหนังแต่ละฉาก แต่ละเรื่องจะมีการ Grading สีที่แตกต่างออกไป ให้อารมณ์คนละอย่าง แนวทางที่ง่ายสุด เป็นเลือกจำโทนที่ถูกใจไว้เป็นตัวอย่างแล้วทดลองแกะออกมาใช้ในแบบที่พวกเราถูกใจมอง

2. ดูอารมณ์
ทดลองสังเกตุอารมณ์จากหนัง สายตาต่างๆพวกเราทดลองจำความรู้สึก เนื้อหาของ สีหน้าท่าทาง อารมณ์ เพื่อใช้สำหรับในการเก็บบันทึกงานวิดีโอของพวกเรา ด้วยเหตุว่าการถ่ายงานรูปแบบนี้ชอบจำเป็นต้องเข้าใจในเรื่องอารมณ์สำหรับเพื่อการพรีเซนเทชั่นด้วย

3. พิจารณาการวางเฟรมภาพ
การวางเฟรมสำหรับเพื่อการถ่ายทำหนังมีมากมายแบบมากมาย มากมายกระทั่งที่พวกเราทดลองเอามุมไปใช้ถ่ายงานวิดีโอพวกเราได้นะ อย่างมุมกล้องถ่ายรูปของการเล่าเรื่องท่องเที่ยว หรือเล่าบรรยากาศในเมือง พวกเราเพียงแค่สังเกตว่าในเรื่องจัดเฟรมภาพ จัดมุมกล้องถ่ายภาพอย่างไร แล้วทดลองเอามาใช้มอง

4. พิจารณาการเล่าเรื่องจากหนัง
ลำดับการเล่าเรื่องเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเขียนรีวิว การใช้คำกล่าวให้น่าดึงดูด แล้วก็สม่ำเสมอเกิดเรื่องราวเดียวกัน พวกเราจำเป็นต้องให้รายละเอียดการเล่าเรื่องชมรมกับรายละเอียดวิดีโอสำหรับเพื่อการพรีเซ็นท์ ซึ่งพวกเราสามารถศึกษาจากการดูหนังได้อีกหนทางนึง

5. พิจารณาเนื้อหาในฉาก
การให้ความสนใจเนื้อหา ความถูกกันของรายละเอียดในวิดีโอเป็นสิ่งจำเป็น จำเป็นต้องให้เกิดเรื่องเดียวกัน ตีมเดียวกัน เกี่ยวข้องกัน ทดลองดูรายละเอียดที่ได้รับมาจากหนังภาพยนตร์แล้วก็ใช้เป็นต้นแบบสำหรับการวางเนื้อหาสำหรับเพื่อการถ่ายทำวิดีโอคอนเท้นต์พวกเราก็ได้

6. พินิจมุมกล้องถ่ายรูปจากหนัง
มุมกล้องถ่ายรูปสำหรับการเล่าก็จะมีความไม่เหมือนกันออกไป ถ้าหากพวกเราถูกใจมมุมไหนเป็นพิเศษก็ทดลองจับมาใช้มองโดยจำจากการดูหนังในฉากกล้วยๆพวกเราบางทีก็อาจจะทดลองฝึกฝนบันทึกวีดีโอตามมุมที่จำมากมายจากหนัง รวมทั้งหมั่นฝึกหัดไปเรื่อยจะก่อให้พวกเราเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น

7. ดูการจัดแสงสว่าง
การถ่ายวิดิโอในบางพื้นที่พวกเรารู้อยู่แล้วถ้าหากถ่ายด้วยแสงสว่างธรรมชาติไม่เพียงพอแน่ๆ พวกเราทดลองศึกษาเล่าเรียนมองว่าเขามีการจัดไฟลักษณะไหน หรือแสงสว่างที่ใช้เพื่อการถ่ายทำเป็นแบบอย่างไหน แล้วเอามาประยุกต์กับการถ่ายของพวกเรา

8. พิจารณาแนวการคิดของคนทำหนัง
ในที่สุดเป็นทดลองพิจารณาแนวความคิดของผู้ที่ทำหนังมอง พวกเราจะได้ทั้งยังการตระเตรียม มุมมอง การใช้สี สารพัดสารพันอย่าง แค่เพียงพวกเราพิจารณาจากการดูหนังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การดูหนังมอบมุมมอง และก็มอบไอเดียความนึกคิดให้พวกเราได้ แม้กระนั้นเพียงแค่จำต้องมองให้เป็นเพียงเท่านั้น กระบวนการทำหนังสักเรื่องกับกระบวนการทำวิดีโอคอนเท้นต์สักคลิป ถึงขั้นตอนการทำงานจะไม่ค่อยเช่นเดียวกันนัก แต่ว่าก็มีจุดหมายปลายทางแบบเดียวกัน เป็นมอบสารนั้นไปยังผู้ชม พวกเราสามารถกล่าวถึงทริคดีๆจากหนัง มาปรับใช้ให้กับงานของพวกเราได้เพื่อเป็นแถวทางในการสร้างวิดีโอคอนเท้นต์ที่มีคุณภาพมอบไปยังผู้ชมของพวกเรา

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

10 หนังที่จะเปลี่ยนแปลงความคิด รวมทั้งมุมมองการบรรลุผลในชีวิตคุณไปชั่วกับชั่วกัลป์

หนัง ไม่ว่าจะเป็นการ ดูหนังออนไลน์ หรือมองในโรงหนัง ประสบการณ์จากการดูหนังก็ให้อะไรได้มากกว่าที่คิด ก่อนที่จะคุณมองบางทีอาจจะรู้สึกอีกอย่าง แม้กระนั้นเพียงพอหนังจบลง ความรู้สึกของคุณอาจเปลี่ยนไปอีกอย่าง ในหนังเรื่องหนึ่งๆมักแอบแฝงข้อคิดเตือนใจไว้มากยิ่งกว่า 1 ข้ออย่างแน่แท้ แม้เบาๆคิดตามไปบางทีอาจไม่มีความจำเป็นต้องเชื่อฟังทั้งปวง ความนึกคิดของคุณอาจนอนก้นขึ้นก็ได้ บางเรื่องให้อีกทั้งแรงจูงใจ รวมทั้งทรงอิทธิพลกับการตัดสินใจในชีวิตพวกเราอย่างไม่น่าเชื่อ รวมทั้งหนังทั้งยัง 10 เรื่องต่อแต่นี้ไปชี้แนะให้ท่านทดลองไปพบมาดูให้ได้นะ เพราะว่ามันอาจส่งผลให้คุณเปลี่ยนแปลงความคิด ชีวิตเปลี่ยนแล้วก็ประสบผลสำเร็จอย่างไม่คาดคิดมาก่อนก็ได้

1. Fight Club : สสารนิยมกับการแบ่งแยก
Fight Club เป็นหนังซึ่งสามารถมองได้หลายครั้ง บอกเล่าเรื่องราวการปลดปล่อยตนเองออกมาจากห่วงโซ่ของชีวิตยุคใหม่ ซึ่งมีความซ้อนทับแล้วก็ทำให้ท่านกลายเป็นเหยื่อของหนัง นักแสดงพร้อมที่จะรับความเจ็บหรือเสี่ยงตายถึงชีวิต

2. Pumping Iron : ความศรัทธาในตัวเองและก็การถือสิทธิ์
Pumping Iron มิได้เป็นเพียงแต่หนังที่เกี่ยวกับการเสริมสร้างความสามารถร่างกายแค่นั้น แต่ว่าเป็นภาพยนตร์สำหรับคนที่ไขว่คว้าหาพลังที่ความศรัทธาในตนเอง
ซึ่ง Arnold Schwarzenegger ได้มีการเปลี่ยนความนึกคิดทัศนคติและก็ความศรัทธาของเขาในรูปภาพยนตร์หัวข้อนี้ด้วย เพราะเหตุว่าถ้าเช่นนั้นก็เลยไม่แปลดวงใจเลยว่าเพราะอะไรคุณถึงควรจะถือขึ้นมาดูบ้าง

3. The Words : ประดิษฐ์ให้เป็นงานของตนเอง
The Words เรื่องราวของหนังเขียนที่ทำให้เห็นว่าการบรรลุเป้าหมายนั้นยากเย็นแสนเข็ญเท่าใดสำหรับในการไขว่คว้า ทำให้ยอมยกธงขาวรวมทั้งถอยหลังกลับ หรือไปก็อปปี้งานของคนเราซึ่งง่ายดายเสียยิ่งกว่ามากมาย ภาพยนตร์ประเด็นนี้จะสร้างแรงผลักดันให้รับผิดชอบกับแนวทางการทำงานของตนเองเพื่อได้มาซึ่งสิ่งที่เหมาะสมที่สุด

4. In Pursuit Of Happyness : อย่ายอมยกธงขาว
ภาพยนตร์รายละเอียดลึกซึ้งซาบซึ้งใจที่อาจส่งผลให้คุณเสียน้ำตาได้ เรื่องราวของ Chris Gardner เซลส์แมนชายหนุ่มที่จะต้องกัดฟันสู้ในภาวะเศรษฐกิจเพื่อความมีชีวิตรอดของครอบครัวกระทั่งเปลี่ยนมาเป็นคนไม่มีบ้าน หนังประเด็นนี้จะให้แง่คิดว่าเพราะอะไรคุณก็เลยไม่สมควรยอม และไม่ปลดปล่อยให้เหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่มาทำลายความฝันของตนเอง

5. Good Will Hunting : ตามหาเลื่อมใสรัก
เป็นหนังสำหรับผู้ที่มีความรู้และมีความเข้าใจแม้กระนั้นไม่เชื่อว่าตนเองจะบรรลุความสำเร็จได้ ภาพยนตร์หัวข้อนี้จะมอบแรงดลใจให้ท่านอย่างถ่องแท้ และก็มีความคิดเห็นว่าตนเองก็มีอำนาจพอที่จะทำเป็นเช่นเดียวกัน

6. The Secret : ทัศนคติในเชิงบวก
The Secret เป็นภาพยนตร์ที่อ้างอิงเกี่ยวกับกฏที่การดึงดูด เล่าให้มองเห็นถึงปรัชญาบวกสำหรับชีวิตที่เป็นอยู่ หนังประเด็นนี้ก็เลยเหมาะสมแก่ผู้ที่กำลังห่อเหี่ยวแล้วก็มองหาแรงผลักดันรวมทั้งแรงผลักดันให้ก้าวเดินต่อ

7. The Social Network : สิทธิตามเหตุผล
อาจมีบุคคลที่รู้จักกับเรื่อง The Social Network movie ซึ่งเกิดเรื่องราวการบรรลุผลของ Mark Zuckerberg ผู้จัดตั้ง Facebook เป็นภาพยนตร์ที่จะสร้างแรงผลักดันให้ผู้ชมมีความรู้สึกว่าตนเองก็มีสิทธิ์ที่จะบรรลุผลสำเร็จได้

8. Yes Man : จังหวะดีๆ
เป็นภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ที่ใครๆก็มองได้ เรื่องราวของคาร์ล อัลเลนที่ชีวิตย่ำคงที่อีกทั้งหมดกำลังใจอีกต่างหาก แล้วก็ชีวิตก็แปรไปอย่างน่ามหัศจรรย์เมื่อเขาเริ่มกล่าวคำว่า “ได้” หนังหัวข้อนี้จะมีผลให้คุณย้อนกลับไปนึกถึงช่องทางที่เคยพลาดไปโดยเอ่ยว่า “ไม่” คำที่เดียวที่เปลี่ยนแปลงทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง

9. Limitless : เริ่มและก็ลงมือ
เรื่องราวของ Eddie Morra ที่รับประทานยาจำพวกพิเศษตัวหนึ่งและก็ทำให้ชีวิตของตัวเขาแปรไปในทางที่ดียิ่งขึ้นอย่างสิ้นเชิง ซึ่งประเด็นนี้สอนให้ผู้ชมตระหนักถึงสิ่งต่างๆในชีวิตที่ใช้เพื่อจัดการให้เป็นผลได้

10. The Wolf Of Wall Street : แรงกระตุ้นรวมทั้งความรวย
สร้างขึ้นจากความจริงของจอร์แดน เบลฟอร์ เป็นหนังที่ชี้ให้เห็นว่าอะไรที่เงินซื้อได้และไม่ได้บ้าง The Wolf Of Wall Street เป็นภาพยนตร์ที่จะทำให้ท่านหันมาประเมินชีวิตในตอนนี้ของตนอีกรอบ พร้อมทั้งหมายมั่นให้ทั้งหมดทุกอย่างมีความวิจิตรขึ้นกว่าเดิม

บางเวลาภาพยนตร์ก็เป็นสะพานสร้างแรงจูงใจ พาผู้ชมมุ่งสู่การบรรลุผลที่พวกเราอยากได้อย่างแท้จริง ในวันที่ชีวิตหมดหวังไม่รู้จักจะเริ่มก้าวแรกให้มีหวังเช่นไร ก็ทดลองไปดูหนังที่พวกเราชี้แนะมานี้ อย่างต่ำก็เป็นอันมากดวงใจที่ดีได้นะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

9 ข้อดีของ เว็บดูหนังออนไลน์ เพื่อนแท้แก้เบื่อในสถานการณ์โควิด

ถ้าพูดถึงการดูหนัง ดูหนังออนไลน์ เวลานี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่า เว็บดูหนังออนไลน์ อีกแล้ว เนื่องจากสถานการณ์โควิด ทำให้เราต้องกักตัวเองอยู่ที่บ้าน โรงหนังถูกสั่งปิดแบบไม่มีกำหนดเปิด การทำกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ ถูกจำกัดให้อยู่ได้แค่ในพื้นที่บ้านเท่านั้น! แต่ก็ยังดีที่ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวไกลมากขึ้น เราจึงสามารถทำอะไรหลายๆอย่างได้ผ่านทางโลกออนไลน์ ยังพอมีกิจกรรมบันเทิงให้เราได้ทำ เช่น การดูหนังออนไลน์ ผ่าน เว็บดูหนังออนไลน์ โดยที่ไม่ต้องออกจากบ้านไปไหน และหลายคนอาจจะบอกว่าการดูหนังมีไว้เพื่อทำฆ่าเวลาเท่านั้น แต่จริงๆแล้วการดูหนังมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิดอีกนะ จะมีข้อดีอะไรบ้างมาดูดีกว่า

1. ให้ความบันเทิง
เหตุผลหลักๆของเว็บดูหนังออนไลน์ก็แน่นอนว่า หนีไม่พ้นเรื่องความบันเทิงไปได้ ไม่ว่าจะเป็นหนังประเภทไหน ก็ล้วนแล้วก็ให้ความบันเทิงกับเราทั้งสิ้น ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของหนังแต่ละประเภทของพวกเราด้วย ถือว่าเป็นประโยชน์อันดับต้นๆเลยทีเดียว

2. ช่วยฆ่าเวลาและประหยัดเงินในกระเป๋า
ช่วยฆ่าเวลาอันนี้ถือเป็นประโยชน์ที่ใครๆมองว่าเป็นอันดับต้นๆแน่นอน หากเราไม่มีอะไรทำ ก็หาหนังอะไรมาดูก็ได้ แถมการดูหนังในเว็บดูหนังออนไลน์ช่วยให้เราประหยัดเงินในกระเป๋าได้มาก เพราะไม่ต้องเสียตังค์ซื้อตั๋วหนังไงพวกเธอ

3. ได้ใช้เวลาร่วมกับคนรู้ใจ
บางทีเราก็สามารถเปิดเว็บดูหนังออนไลน์ ดูหนังกับคนพิเศษของเราอยู่ที่บ้าน และแน่นอนเราเองก็สามารถอะไรที่มันน่าตื่นเต้นกับคนพิเศษได้ เช่น การโอบกอด หอมแก้มได้ ทำให้ยิ่งเพิ่มอรรถรสและสร้างความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับคู่รักมากยิ่งขึ้น

4. สร้างความหัวเราะให้กับเราได้
ในเว็บดูหนังออนไลน์มีหนังให้เลือกดูหลายแนว การเลือกดูหนังแต่ละเรื่อง โดยเฉพาะหนังแนวตลกโปกฮาจะช่วยให้เรากรามค้างได้เป็นอย่างดี ทำให้เราเกิดความผ่อนคลายจากความเครียด ลืมเรื่องต่างๆความทุกข์ยากในอดีตได้อย่างหมดใจ ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยหัวเราะออกมาเป็นอย่างยิ่ง

5. ได้รับประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น
หนังบางเรื่องก็สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก บางทีอาจตื่นเต้นยิ่งกว่าการออกไปเที่ยวซะอีก และนี่ก็ถือเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้เราสัมผัสความตื่นเต้นได้อย่างน่าประทับใจ หากเราอยากรู้ ก็ลองดูหนังให้มากๆสิ

6. เยียวยาจิตใจของเราได้
หนังบางเรื่องโดยเฉพาะหนังประเภทรักโรแมนติกต่างๆ จะเยียวยาจิตใจสำหรับคนที่มีความรักหรืออกหักได้เป็นอย่างดี และหลายคนส่วนใหญ่ก็มักจะชอบดูหนังรักโรแมนติกแบบซ้ำไปซ้ำมา เพื่อเป็นการตอกย้ำชีวิตตัวเองที่กำลังเผชิญอยู่ อย่างเช่นซี่รีสชื่อดังบ้านเราเกี่ยวกับความรักวัยรุ่น เป็นต้น ที่วัยรุ่นจะชื่นชอบดูหนังแบบนี้เป็นพิเศษ

7. ได้รับแรงบันดาลใจจากหนัง
แน่นอนว่าในเว็บดูหนังออนไลน์มีหนังให้เลือกดูหลากหลายแนวและหนังบางเรื่องโดยเฉพาะหนังชีวิตหรือหนังที่สร้างจากเรื่องจริง เป็นสิ่งที่กระตุ้นจิตใจให้ผู้คนหันมาลุกขึ้นสู้ชีวิตของตัวเองได้มากขึ้น และก็ให้แง่คิดอะไรดีๆอะไรหลายอย่าง ปรับเปลี่ยนทัศนคติของเราต่างไปจากเดิม บางทีก็อาจทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปก็ได้

8. ใช้เป็นเครื่องมือบำบัดได้
เป็นที่น่าสนใจว่าการดูหนังสามารถใช้เป็นเครื่องมือบำบัดอาการต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดความกดดัน อารมณ์ของตัวเอง ที่ทำให้เราสามารถจินตนาการตามที่หนังฉายได้และก็ฟังดนตรีจากหนังไปด้วยพร้อมกัน ทั้งช่วยลดอาการความสับสนวุ่นวานทางจิตใจได้ด้วย

9. เอาชนะความเครียดของตัวเองได้
ประโยชน์ที่เราคิดว่าน่าจะเป็นอันดับต้นๆอีกหนึ่งอย่างก็คือ การดูหนังสามารถเอาชนะความเครียดของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นหนังประเภทก็ตาม ซึ่งหนังจะช่วยให้เราจดจ่อกับการดูหนังและก็ลืมเรื่องความเครียดต่างๆไปได้ เพราะว่าหนังจะทำให้เราติดตามเนื้อเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ จนทำให้เราลืมไปแล้วว่าความเครียดหายไปไหน

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

11 หนังที่ให้แง่คิดศึกษาและทำการค้นพบความหมายของชีวิต เพื่อล่วงเลยความทุกข์ใจที่ช่วง

คนไหนกันแน่กำลังหา ดูหนังออนไลน์ ที่ให้แง่คิดของชีวิต ในตอนกักบริเวณจากเชื้อไวรัสวัววิดอย่างงี้ ต้องตามมาทางนี้ ด้วยเหตุว่าพวกเราจะมาเชิญชวนทุกคนดูหนังที่ให้แง่คิดศึกษาและทำการค้นพบความหมายของชีวิต หลายท่านบางครั้งอาจจะเคยได้ฟังคำพูดสำนักงานดูหนังดีๆสักเรื่อง สามารถทำให้วิญญาณของพวกเราสะอาดขึ้น ด้วยเหตุนี้ หลายๆครั้งการศึกษาถึงแนวทางของการแก้ไขปัญหาชีวิต พวกเราสามารถใช้บทเรียนบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในหนังมาดัดแปลงกับตนเองได้ แล้วก็ในในที่สุด หากแม้เวลาแค่สองชั่วโมงกับหนังสักเรื่องบางครั้งก็อาจจะช่วยเหลืออะไรพวกเรามิได้ก็ตาม แต่ว่าขั้นต่ำพวกเราก็มั่นใจว่าช่วงของหนังที่มีประเด็นด้านบวกสักหัวข้อนั้นตั้งแต่เริ่มฉายจนกระทั่งตอนสุดท้าย จิตใจของพวกเรากำลังถูกปลอบโยนทีละน้อยไปในตัว อย่างแน่แท้

1. The Martian (2015) เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์
ภายใต้แรงกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตของ มาร์ก วัตนีย์ หนึ่งในกลุ่มนักบินอวกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาตินั้นอาจไม่มีผู้ใดเอาจริงเอาจังเท่าอีกแล้ว โน่นเป็นการที่เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้บนดาวอังคารเพียงผู้เดียว และก็ข้อคิดเตือนใจสำคัญของหนังหัวข้อนี้อยู่ที่ตัวมาร์กบอกกับทุกคนว่า “ณ จุดใดจุดหนึ่ง ทั้งหมดทุกอย่างจะล้มเหลวใส่คุณ ทุกๆอย่างจะบกพร่องจนกระทั่งคุณกล่าวว่า นี่แหละ นี่เป็นตอนจบของฉัน ขึ้นกับว่าคุณจะยอมหรือจะลุกขึ้นยืนสู้ คุณเพียงแค่เริ่ม คิดคำนวณ ไขปัญหาแรกให้ได้ และก็หลังจากนั้นจึงค่อยแก้ไขปัญหาถัดไป และก็ถัดไป เมื่อคุณไขปัญหาได้มากเพียงพอ ท้ายที่สุดคุณจะได้กลับไปอยู่บ้าน”

2. Love Letter (1995) ถามรักจากสายลม
ภาพยนตร์ที่ใช้บรรยากาศของหน้าหนาวที่มีหิมะตกหนักมาเป็นผู้แทนของความเหงาในใจของ ฮิโรโกะ วาตาที่นาเบะ รวมทั้งความเจ็บนั้นก็ถูกแก้ไขโดยสิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งนั้นเป็นจดหมายตอบกลับที่คุณทดลองเขียนถึงผัวของตนเองที่พึ่งเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุ โดยส่งมาจาก อิตสึกิ ฟูจิอิ สตรีที่ชื่อและก็ชื่อสกุลเช่นเดียวกับชายคู่รักของคุณโดยบังเอิญ เมื่อหญิงสาวทั้งคู่ที่เค้าหน้าแบบเดียวกันเช่นเดียวกันกับแฝดได้มาพบกัน ความลับในอดีตกาลที่หลบซ่อนอยู่ด้านในห้องสมุดของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ข้างชายเคยเรียนก็เบาๆถูกคลี่คลาย ฮิโรโกะก็ได้เจอกับการก้าวผ่านความเจ็บของชีวิต ส่วนอิตสึกิ (หญิง) ก็เจอกับความอบอุ่นในชีวิตราวกับแสงตะวันจากฤดูใบไม้ผลิ

3. The PURSUIT of HAPPYNESS (2006) ยิ้มไว้ก่อนบิดาสอนไว้
ภาพยนตร์ชี้แจงชีวิตจริงของ คริสโตเฟอร์ การ์ดเนอร์ มหาเศรษฐีพันล้าน ซึ่งก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ได้จะต้องฝ่าฟันขวากหนามเยอะมากที่ต่างมารุมกระตุ้นเขาจนกระทั่งกับจำต้องไปดำเนินชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำสาธารณะกับลูกชายซึ่งเป็นราวกับความสำราญเดียวในชีวิตของเขา ก่อนที่จะสิ่งนั้นจะเป็นคติสอนใจว่า แม้ว่าจะโศกสลดแค่ไหนก็ตาม แต่ว่าแม้พวกเรามองหาความสำราญที่แอบหลบอยู่ในมุมมืดได้ สิ่งนั้นจะเป็นราวกับแสงสว่างดวงจันทร์กลมโตที่ทำให้ท่านอบอุ่นในช่วงเวลาค่ำคืนอันมืดมากอย่างสิ้นสงสัย

4. Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) ลบคุณ…ให้ไม่ลืมเลือน
หากพวกเราลืมความเจ็บได้ คงดีไม่น้อย แม้กระนั้นในชีวิตจริงไม่มีผู้ใดลืมได้จริง ต่อให้ โจเอล บาริช ชายที่ลบความจำที่มีด้วยกันกับแฟนสาวคนเก่าที่เขาเคยรัก แต่ถ้าว่าเมื่อเขารู้สึกตัวอีกครั้ง ก็พบว่าความจำนั้น ทำให้เขาได้ทำความเข้าใจถึงความหมายของชีวิตของการการเป็นสามีภรรยา รวมทั้งความเจ็บไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความเกี่ยวเนื่อง แถมยังสามารถทำให้ทั้งสองแก้ไขกันและกัน และก็เติบโตในความเกี่ยวเนื่องถัดไปได้

5. 50/50 (2011) ฟิฟตี้ ฟิฟตี้ ไม่ตายก็รอดวะ
ภาพยนตร์ขึ้นหิ้งสายดราม่าน้ำตาซึม ที่บอกเล่าเรื่องราวของอดัม ผู้ชายผู้ใช้ชีวิตหายใจทิ้งไปวันๆเนี่องจากเขาเป็นโรคมะเร็งก็เลยไม่มีซึ่งแรงกระตุ้นอะไรก็แล้วแต่สำหรับในการมีชีวิตต่อ ทำให้ไคล์ เพื่อนซี้คู่กาย เริ่มเชื้อเชิญเขาไปทำอะไรบันเทิงใจๆมุทะลุสารพัน ก่อนที่จะโน่นจะแปลงเป็นแง่คิดสำคัญว่า ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์เราเกิดขึ้นมากาลครั้งหนึ่งในชีวิตจะมานั่งเศร้าใจไปเพราะเหตุไร การออกไปดำเนินชีวิตให้สนุกสนานสุดฤทธิ์สุดเดชตามใจฉัน อาจคือคำว่าชีวิตได้ดียิ่งไปกว่าการนั่งถอนใจรอคอยความตายอย่างไม่ต้องสงสัย

6. The Secret Life of Walter Mitty (2013) ชีวิตพิศวงของ วอลเตอร์ ไม่ตตี้
เพราะเหตุว่าบางเวลาคุณอาจจะไม่สบายใจอยู่ เพียงแค่คุณอาจจะยังไม่รู้ตัวเพียงเท่านั้น ภาพยนตร์ประเด็นนี้ก็เลยเป็นตัวอย่างของความทุกข์ใจที่ไม่มีเสียงซึ่งแสดงออกมาได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งนี่เป็นเรื่องราวของ วอลเตอร์ ไม่ตตี้ ชายหนุ่มบุคลากรสำนักงานผู้ใช้ชีวิตไปวันๆก่อนที่จะเขาจะได้โอกาสได้เดินทางไปยังดินแดนอันเหน็บหนาว หงอยเหงา รวมทั้งเงียบมาก จนตราบเท่าเมื่อเขากลับมายืนที่เดิม ก็พบว่าตามที่เป็นจริงแล้วสิ่งที่เขาเคยมีความรู้สึกว่าพึงพอใจ กลับกลายความทุกข์ทรมานที่เขาก้มตัวยอมรับได้แล้วต่างหาก

7. The Notebook (2004) รักคุณหมดใจ ขีดไว้ให้โลกจารึก
เรื่องราวของสองวัยรุ่น โนอาห์รวมทั้งอัลลี ที่ได้หลงรักกันอย่างหมดหัวใจ กลับจำเป็นต้องถูกใจแบ่งเรื่องชนชั้นมาเป็นปัญหาที่สำคัญต่อความรัก กระทั่งทำให้ทั้งคู่จำเป็นต้องแยกจากกัน ก่อนที่จะถัดมาทั้งสองได้กลับมาเจอะกันอีกรอบ ภาพยนตร์ประเด็นนี้ได้บอกให้พวกเรารู้เรื่องว่า ท้ายที่สุดแล้วความรักในแบบที่ไม่หวังผลทดแทน เป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความทุกข์ใจที่คลุมเครือ ซึ่งผู้คนจำนวนมากมักเรียกว่า ‘ความมุ่งมาด’ (จากความรัก)

8. The Perks of Being a Wallflower (2012) วัยปั่นป่วนหัวใจปึ้ก
นี่คงจะเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่เรื่องความทุกข์ใจสะดุดใจรวมทั้งสะดุดตาพวกเราสูงที่สุด เมื่อวันหนึ่ง ชาลี เด็กวัยรุ่นประหม่าที่มีปัญหาการเข้าสังคมได้เจอกับแซมแล้วก็แพทริก สหายกรุ๊ปแรกในชีวิตที่รอช่วยเหลือเขา ทำให้มีอาการชาลีกลายมาเป็นเด็กที่เบิกบานใจอีกที เด็กวัยรุ่นทั้งหลายแหล่ทำให้พวกเราทราบดีว่า ไม่ว่าใครจะพบกับปัญหาที่ปวดแบบไหน แม้มีใครซักคนรอฟังรวมทั้งอยู่ดูแลจิตใจตอนที่ท้อใจ เป็นลู่ทางหลักที่ไม่ต้องนั่งจัดการกับปัญหาเพียงผู้เดียวให้ทรมาทรกรรมจนถึงเกินรับไหว

9. Begin Again (2013) เพราะเหตุว่ารัก เป็นเพลงรัก
หนังประเด็นนี้แสดงถึงภาพของคนวัยหนุ่มวัยสาวในปัจจุบันที่กำลังเจอกับฟุตบาทในชีวิตที่ส่องสว่างเสมือนแสงสว่างของดวงสาว เพียงดาวคู่นี้มีดวงหนึ่งที่แสงสว่างเบาๆริบรี่ลงเพราะเหตุว่าเรื่องของความข้องเกี่ยว แล้วก็ผู้ชายวัยกลางคนซึ่งไม่มีความต่างกับดาวฤกษ์ที่แสงสว่างในตัวนั้นได้ดับลงไปแล้ว เมื่อดวงดาวสองดวงโคจรมาพบกันก็เลยแปลงเป็นแรงที่อุดหนุนกันรวมทั้งช่วยทำให้แสงสว่างที่ชีวิตของแต่ละข้างกลับมาส่องแสงได้อีกที หากแม้ในหนังจะมีเพลงซึ้งๆต้องใจอย่าง Lost Stars แม้กระนั้นเพลงที่ทำให้พวกเราปล่อยวางในเรื่องของความเกี่ยวเนื่องได้ก็คือ A Step You Can’t Take Back

10. INSIDE OUT (2015) น่าพิศวงอารมณ์ชุลมุน
ศึกษา สารภาพ เติบโต พวกเรามอบสามคำนี้ให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันหัวข้อนี้ หากว่าพื้นฐานจะมองเหมาะสมกับเด็กๆในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรู้ทันแล้วก็จัดแจงกับอารมณ์ตนเอง แต่ว่าสำหรับคนแก่ที่ผ่านร้อนหนาวของชีวิตมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้เรื่อง แต่ว่าสามารถปลอบประโลมใจในวันที่บางอารมณ์เศร้าหมอง หรือปล่อยวางในบางอารมณ์ที่กำลังเดือดลนลานได้ ภาพยนตร์หัวข้อนี้มิได้สอน แม้กระนั้นดึงแล้วก็คาดคั้นประสบการณ์ร่วม ก่อนที่จะสะท้อนกลับมาสู่จิตใจ ให้ปฏิบัติหน้าที่คัดเลือกกรองรวมทั้งตีความหมายอีกรอบ

11. Anomalisa (2016) ‘บุคคลอื่น’ ที่ไม่เหมือนกันแบบเดียวกัน
มนุษย์เป็นอย่างไร ความเจ็บเป็นอย่างไร การมีชีวิตเป็นยังไง และก็เวลาพวกเรามีจำกัด โน่นเป็นสิ่งที่พวกเราลืม ประโยคต้นๆจากแบบอย่างภาพยนตร์แอนิเมชันหัวข้อนี้ที่ชักชวนให้พวกเราติดตามตัวนำอย่าง ไมเคิล สโตน ที่พบกับวิกฤตกลางคนไปจนกระทั่งจบ เพศชายที่พากเพียรดิ้นรนสืบหาความสบายภายใต้หน้ากาก พวกเราตามติดว่าในที่สุดแล้วเขาจะพบกับความสบายที่เรียกว่าอะไร ความรัก งานการ หรือครอบครัว พวกเราไม่บอก แต่ว่าเพียงแค่รู้ดีว่าการไม่หลอกตัวเองรวมทั้งเห็นด้วยให้ได้อาจเป็นยารักษาดวงใจที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ชวนคนอยู่บ้านดูหนังแนวคุณหมอ เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการแพทย์

อยู่บ้านกักตัวเบื่อๆ เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ดูหนังเกี่ยวกับการแพทย์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านการรักษาดูแลสุขภาพกัน หลายคนคงเห็นแล้วว่าในยุคที่โรคระบาดอย่างโควิด 19 ครองเมืองนั้น ความรู้ด้านการการแพทย์เบื้องต้น การดูแลสุขภาพอนามัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง และการเรียนรู้ก็ไม่ได้จำกัดแค่ในหนังสือ อย่างหนังทีเราจะนำเสนอต่อไปนี้ ก็เป็นหนังที่สะท้อนให้เห็นการทำงานของหมอ อาการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ และวิธีการรักษา การดูหนังนอกจากจะสนุกแล้วยังจะได้ทริคความรู้ต่างๆเกี่ยวกับการแพทย์ ซึ่งสามารถใช้ได้จริงๆ มาดูแลสังเกตอาการ หรือจะเป็นการดูแลสุขภาพอนามัยให้ตัวเองและคนที่เรารักได้

1. หมอเจ็บ
ภาพยนตร์นี้ ออกฉายเมื่อปี 2547 เป็นเรื่องราวของ 2 หมอที่เป็นเพื่อนสนิทกันกำลังไปเป็นหมอเอ็กซ์เทิร์น (Extern) ที่โรงพยาบาลต่างจังหวัด ซึ่งการออกไปฝึกงานครั้งนี้ ทำให้ทั้ง 2 ได้เรียนรู้อะไรๆ หลายอย่าง และมีบททดสอบสำคัญอยู่ตรงหน้าที่เขาจะต้องเลือกทำ โดยภาพยนตร์เรื่อง หมอเจ็บ ได้สะท้อนมุมมองเรื่องการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของไทยในพื้นที่ห่างไกลความเจริญได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังอธิบายเรื่องการเลือกฝึกงานของนักศึกษาแพทย์ การใช้ชีวิต การเรียนรู้ต่างๆ ที่นักศึกษาแพทย์จะต้องพบเจอ ก่อนจะออกมาเป็นแพทย์ในชีวิตจริง

2. ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ
ออกฉายเมื่อปี 2558 เป็นเรื่องราวที่สะท้อนการทำงานของชาวฟรีแลนซ์ ซึ่งใช้งานร่างกายหนักจนเกิดปฏิกิริยาทางร่างกาย ส่งผลให้เขาต้องไปพบหมอผิวหนังในโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งตรงนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นในการค้นพบตัวตน และการหาคำตอบว่า เขาทำงานหนักไปเพื่ออะไร ทั้งนี้ ตัวหนังเองไม่ได้พูดถึงแค่วงการฟรีแลนซ์เท่านั้น แต่ยังพูดถึงระบบสาธารณสุขของไทย เช่น การรอคิวเพื่อพบหมอ บางคนจะต้องมาก่อน 6 โมงเช้า หรือการนั่งรอหมอตรวจกว่าครึ่งวัน เป็นต้น ส่วนนางเอกของเรื่องนี้ คือ หมอ ที่เป็นหมอห่วงใยคนไข้ และต้องการค้นหาต้นตอของโรค การรักษาโรคอย่างจริงจัง แต่ก็มิวายโดนคนไข้ที่ไม่เข้าใจการทำงาน โวยวาย หรือด่าทอ นอกจากนี้ ภาพยนตร์เรื่องฟรีแลนซ์ ยังอธิบายถึงการกระทำบางอย่างของหมอ ที่บอกเล่าให้คนป่วย หรือคนนอกอย่างพวกเราเข้าใจ เช่น การแชตไลน์ในระหว่างการรักษาคนไข้ ซึ่งส่วนใหญ่จะหมายถึงการคุย ปรึกษากันในวงหมอ เกี่ยวกับโรคของคนไข้ เป็นต้น

3. หมอหงวน แสงดาวแห่งศรัทธา
ฉายเมื่อปี 2553 เป็นเรื่องราวของนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ได้นำนโยบายนี้ไปใช้ โดยใช้ชื่อว่า 30 บาทรักษาทุกโรค ทั้งนี้ ละครดังกล่าว ได้สะท้อนตัวตนของหมอหงวน ที่ออกไปเป็นแพทย์ชนบท ที่ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งในสมัยก่อนความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง หมอหงวนต้องต่อสู้ระหว่างความเชื่อของชาวบ้าน และการรักษาโรค รวมไปถึงอิทธิพล อำนาจต่างๆ ที่หมอหงวนต้องพบและต่อสู้กับอุปสรรคเหล่านั้น

4. Healing Hands (นาทีชีวิต นาทีวิกฤติ)
หลายๆ ครั้งที่ฮ่องกงต้องเผชิญกับโรคระบาด เช่น โรคซาร์ส เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งการที่จะให้คนเข้าใจเรื่องราว และการป้องกันของโรคนี้ คือ การทำละคร ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ละครเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นว่า หมอก็เป็นคน ป่วยเป็นเหมือนกัน นอกจากจะไม่สบายแล้ว หมอ ก็ต้องเผชิญกับการใช้ชีวิตที่ไม่เป็นดั่งหวังอีกด้วย

5. The Hippocratic Crush On Call 36 hours หรือ ทีมแพทย์กู้ชีพ
เรื่องนี้ก็คล้ายๆ กับ Healing Hands แต่เนื้อเรื่องทันสมัยมากกว่า จุดที่พีคที่สุดคือ การที่หมอศัลยกรรมคนหนึ่ง ต้องหันเหเปลี่ยนแปลงชีวิต มาเป็นหมอพยาธิวิทยาแทน เนื่องจากตัวเองป่วยด้วยโรคเนื้องอก ซึ่งจุดนี้เองทำให้คนที่ดูละคร มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพยาธิวิทยา มากขึ้น

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

8 ข้อคิดเตือนใจดีๆจากหนัง 8 เรื่อง ที่จะสามารถช่วยเป็นแรงกระตุ้นให้ท่าน!

ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านกักบริเวณในระยะนี้ก็สามารถปรับปรุงตนเองได้นะ หลายท่านบางทีก็อาจจะมึนว่าดูหนังแล้วจะปรับปรุงตัวได้อย่างไร เคยทราบคำกล่าวนี้หรือไม่ “ดูหนัง มองละคร แล้วย้อนมาดูตนเอง” เคยรับรู้กันมาตั้งแต่เด็กเลยใช่ไหมล่ะ ก็จำเป็นต้องสารภาพว่า ในตอนนี้หนังชอบแทรกสอดคำคม ข้อคิดเตือนใจดีๆเอาไว้กระทั่งมีการสะสมคำคมพวกนั้นไว้มากมายก่ายกองหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นคำคมในเรื่องความรัก มิตรภาพระหว่างเพื่อนฝูง สร้างแรงจูงใจต่างๆไปจนกระทั่งแนวทางการทำธุรกิจ เพราะเหตุว่าภายใต้ความเพลิดเพลินสนุกสนานสนุกสนานนั้น ผู้ผลิตชอบซ่อนเร้นบทเรียนชีวิตเอาไว้จำนวนไม่ใช่น้อย ไม่แต่เพียงคำคมจากหนังจะช่วยสร้างความตรึงใจต่อตัวแสดง หน้าที่ รวมทั้งเรื่องราวในหนังเพียงแค่นั้น ยังสามารถช่วยปลุกความองอาจในตัวคุณให้ลุกขึ้นยืนมาเปลี่ยนปรับปรุงตนเองเจริญเทียบเท่าการอ่านหนังสือเชียวล่ะ วันนี้พวกเราได้เสนอ 8 ข้อคิดเตือนใจดีๆจากหนัง 8 เรื่อง มาช่วยเป็นแรงกระตุ้นในการพัฒนาตนเองของทุกคน คนใดกันแน่ถูกใจคำคมจากหนังเรื่องไหนก็หาหนังหัวข้อนั้นมาดูเพิ่มได้นะคะ

1. คำคมจากเรื่อง Bourne Ultimatum : ปิดเกมล่าจารชน คนอันตราย
“Hope for the best but plan for the worst.”
“เมื่อปฏิบัติงานก็ทำให้เยี่ยมที่สุด แต่ว่าก็จำต้องจัดเตรียมสำหรับเหตุการณ์ที่ชั่วร้ายที่สุด” ในชีวิตจริงก็เช่นเดียวกัน เมื่อพวกเราปฏิบัติงานก็ควรมุ่งหวังแล้วก็ทำออกมาให้ดีเยี่ยมที่สุด แต่ว่าก็อย่าลืมคิดแผนสำรองเผื่อกำเนิดอะไรบกพร่องขึ้นมาจะได้ตั้งรับถูก

2. คำคมจากเรื่อง Forrest Gump : ฟอร์เรสท์ กัมพ์ อัจฉริยะเซ่อ
“Life was like a box of chocolates. You never know what you’re gonna get.”
“ชีวิตก็เสมือนกล่องช็อกโกแลตหลากรส คุณเป็นไปไม่ได้ทราบเลยว่าคุณจะจับพบรสอะไร” คำคมที่เพียรพยายามใช้คำว่าช็อกโกแลต สื่อถึง “อนาคต” เพราะเหตุว่าพวกเราไม่รู้จักว่า ชีวิตของพวกเราในอนาคตจะคืออะไร จะเลือกถือหรือคว้าอะไรได้ เพียงแค่ทำวันนี้ให้เหมาะสมที่สุด ตั้งรับอนาคตไม่ว่าจะดีหรือร้าย

3. คำคมจากเรื่อง Slumdog Millionaire : สลัมด็อก ไม่ลเลียนแนร์ คำตอบในที่สุด…อยู่ที่ศีรษะดวงใจ
“Scar is the proof of a healed wound.” จากเรื่อง Slumdog Millionaire
“รอยแผลเป็นหลักฐานของรอยแผลที่ถูกแก้ไขแล้ว” ความมานะบากบั่นหรือต่อสู้กับปัญหาต่างๆแม้ว่าจะเจ็บบ้างแม้กระนั้นความบกพร่องพวกนั้นจะเป็นบทเรียนที่ดีแล้วก็ทำให้พวกเราแข็งขึ้น ราวกับแผลหวานใจษาหายแล้ว

4. คำคมจากเรื่อง Mean Girls : มีน เกิร์ลส์ กลุ่มสาวซ่าส์ วีนซะไม่มี
“Calling somebody else fat won’t make you any skinnier. Calling someone stupid doesn’t make you any smarter. And ruining Regina George’s life definitely didn’t make me any happier. All you can do in life is try to solve the problem in front of you.”
“เรียกผู้อื่นว่า อ้วน มิได้ทำให้ท่านผอมบางลง การเรียกผู้อื่นว่า ทึ่ม ก็มิได้ทำให้ท่านเฉลี่ยวฉลาดขึ้นเหมือนกัน แล้วการทำลายชีวิตเรจิน่า จอร์จ ก็มิได้ทำให้ท่านเป็นสุขเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าที่ควรจะทำหมายถึงจัดแจงปัญหาที่อยู่ข้างหน้าคุณต่างหาก” ภาพยนตร์สำหรับผู้หญิงที่นำข้อคิดเตือนใจมาใช้ได้กับทุกคน เพราะว่าการให้เกียรติคนอื่น ก็ราวกับการให้เกียรติตัวเอง แล้วก็ยังบอกพวกเราอีกว่า อย่าหลีกหนีปัญหา ควรจะลำดับความสำคัญแล้วก็จัดแจงปัญหาก่อนที่จะแพร่กระจายไปอันอื่น

5. คำคมจากเรื่อง Tangled : ราพันเซล เจ้าฟ้าหญิงผมยาวกับขโมยซ่าจอมแสบ
“Venture outside your comfort zone. The rewards are worth it.”
“ทดลองก้าวออกมาจากโซนไม่มีอันตรายสิ รางวัลมันคุ้มแน่ๆ” การทดลองเสี่ยงออกมาจากคอมฟอร์ทโซน เริ่มก้าวออกมาทำอะไรใหม่ๆอาจทำให้คุณได้พบกับคำตอบ เรื่อง หรือมุมมองที่ดีมากยิ่งกว่าเดิมก็เป็นไปได้ เพียงแค่กล้าที่จะก้าวไปทำอะไรดีๆผลสรุปก็คุ้มแล้ว

6. คำคมจากเรื่อง Star Wars, The Empire Strikes Back : สตาร์ วอร์ส 2
“Do, or do not. There is no try.”
“ไม่มีคำว่าทดลองหรอก มีเพียงแค่จะทำหรือเปล่าแค่นั้น” คุณครูโยดาผู้อบรมพร่ำสอนผู้แสดงนำชาย ได้บากบั่นบอกพวกเราว่า การจะทำสิ่งใดให้เสร็จ ไม่ใช่จะเพียงแค่ทดลองๆเลิกๆจะต้องมีความขมักเขม้น เพราะว่าไม่อย่างนั้นก็อย่าทำเลที่ตั้งยดีมากยิ่งกว่า

7. คำคมจากเรื่อง Cast Away : คนหลุดโลก
“I know what I have to do now, I’ve got to keep breathing because tomorrow the sun will rise. Who knows what the tide could bring?”
“ฉันเข้าใจแล้วล่ะว่าจะต้องทำอะไร ฉันจะมีลมหายใจถัดไป เพราะว่าวันพรุ่ง ก็ยังมีตะวันขึ้น คนไหนกันแน่จะทราบล่ะว่า คลื่นสมุทรบางทีอาจนำอะไรดีๆมาให้” ควรมีหวังแล้วก็มองโลกในแง่ดีอยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุว่าสิ่งนี้จะเป็นกำลังใจให้ท่านทำรวมทั้งรอคอยเรื่องราวดีๆ

8. คำคมจากเรื่อง Shrek : เชร็ค
“After a while, you learn to ignore the names people call you and just trust who you are.”
“ครู่หนึ่งหนึ่งล่ะ คุณจะศึกษาที่จะละเลยสิ่งที่คนอื่นๆเรียกคุณ แล้วจะหันมาเชื่อถือในสิ่งที่เราเองเป็นแทน” มีความเชื่อมั่นและมั่นใจแล้วก็เชื่อถือในตัวเอง เพราะเหตุว่าสิ่งนี้จะพาคุณไปสู่ความสบายและก็การบรรลุเป้าหมาย

คืออะไรกันบ้างค่ะ กับ 8 แง่คิดดีๆจากหนัง 8 เรื่อง มาช่วยเป็นแรงกระตุ้น จะมองเห็นได้ว่าหนังและก็ละครดีๆหลายเรื่อง หากพวกเราดูดีๆแล้วล่ะก็ นอกเหนือจากที่จะให้ความบันเทิง ก็มีคำอบรมสั่งสอนดีๆให้ผู้ชมอย่างพวกเราเอากลับมาใช้สำหรับการดำรงชีพทุกวัน ยืดเป็นแถวทางในการพัฒนาตนเองได้เหมือนกัน

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ชวนมาดูหนังออนไลน์ แนว Horror ระทึก ทุกเสียงลมหายใจ!

ผู้ใดต้องการ ดูหนังออนไลน์ แล้วก็เป็นคนชอบดูหนังแนวสยองขวัญ กระตุกต่อมความหวาดกลัว เชิญขนหัวลุก วันนี้ทางพวกเราฉวยโอกาสตอนที่ทุกคนจำต้องอยู่บ้านตอนวัววิด แล้วกำเนิดอาการเบื่อๆต้องการหาอะไรที่ลุ้นระทึกตื่นเต้นๆมอง มาทางนี้ มาเลยคะ มาดูหนังออนไลน์ แนว Horror ระทึก ทุกเสียงลมหายใจ!กัน พวกเราเลือกมาแต่ว่าเรื่องที่เด็ดๆทั้งหมด ดูแล้วทดลองโหวตกันนะว่าแต่ว่าละเรื่องที่พวกเราคัดเลือกมากมายระตุๆกต่อมความหวาดกลัว เชิญขนหัวลุก คนชอบดูหนังแนว Horror ได้มากแค่ไหน !

คนเรียกผี 2 (The conjuring 2)
เรื่องเเรกที่ต้องการพวกเราพรีเซนเทชั่นเลย สำหรับ The Conjuring 2 ภาพยนตร์ตื่นเต้น เชิญขนลุก มาในภาคนี้สถานะการณ์ได้กำเนิดกับครอบครัวฮอดจ์สัน ที่มีเพียงแต่ซิงเกิลมัมอปิ้ง “เพคกี้ ฮอดจ์สัน” และก็ลูกอีก 4คน ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ ความพีคของ เพคกี้ มีต้นเหตุจากการที่ถูกผัวทิ้งไปรวมทั้งจะต้องรอเลี้ยงลูกตเพียงลำพัง ประกอบกับจำเป็นต้องถูกวิญญาญร้าย ก่อกวนโดยการสิง เจเนต บุตรสาวของคุณอีกด้วย ก็เลยถึงคิวของ “เอ็ด” กับ “ลอเรน วอร์เรน” ที่จำต้องเดินทางผ่านทวีปเพื่อช่วยเหลือครอบครัวฮอดจ์สัน งานนี้ โปรดักชั่น วางแบบ เทวดามากมาย ภาพงาม สมจริงสมจัง มองหลอนๆยาวๆกันไปถึง 133 นาที กันอย่างยิ่งจริงๆ

ตุ๊กตาแอบซ่อนผี (The boy)
บางทีก็อาจจะกล่าวได้เลยว่า The Boy เป็นหนังซึ่งสามารถยืนยัน ความเชื่อถือโบราณที่ว่า “ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ดูหมิ่น” เจริญที่สุด เพราะเหตุว่าเกิดเรื่องราวเกี่ยวกับเครือญาติ Heelshire คนมั่งมีเก่าที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด อังกฤษ ซึ่งสองผัวเมียจำเป็นต้องท่องเที่ยวต่างถิ่น ก็เลยจ้าง “เกรต้า อีวานส์” สาวอเมริกันให้มาเป็นพี่เลี้ยงเด็กระหว่างที่ทั้งสองไม่อยู่ กับทิ้งกฎ 10 ข้อ ให้คุณได้ประพฤติตาม
สิ่งที่สนเท่ห์ใจสำหรับเกรต้าเป็นเด็กที่คุณจะต้องดูแลตลอดตอนที่สองผัวเมียไปยังต่างประเทศ กลับไม่ใช่เด็กจริงๆเป็นเพียงตุ๊กตาเพียงแค่นั้น สาวอเมริกันอปิ้งคุณ ก็เลยคิดว่าเกิดเรื่องไม่มีสาระ และไม่ปฏิบัติตามกฎ 10 ข้อที่วางไว้ ต่อไป…คุณก็เจอเรื่องราวหลอนๆข้างในบ้านอย่างที่ไม่คาดฝัน แล้วก็เสน่ห์ของหนังหัวข้อนี้อยู่ที่เกรต้า แสดงนำโดย “ลอว์เรน วัวฮาน” ความหวาดกลัวของคุณ นำมาซึ่งการรับรอง รวมทั้งท้า หรือถ้าหากเป็นภาษาบ้านๆอย่างพวกเราหรือ “ลบหลู่ดูหมิ่น” เรื่องราวจะเป็นยังไงอาจจะจะต้องให้ผู้ชมติดตามคุ้นเคย แม้ถูกใจ ไหมถูกใจ เช่นไร สามารถมาแบ่งปัน รวมทั้งแชร์ข้อคิดเห็นกันได้นะ

มันออกมาขย้ำ (Light out)
Lights out ภาพยนตร์สยองขวัญที่จะบอกเล่าเรื่องราวของ “รีเบคก้า” ซึ่งประจันหน้ากับสถานะการณ์แปลกโดยตลอด ครั้งใดก็ตามคุณปิดไฟ คุณรู้สึกเหมือนกับกำลังถูกวิญาณร้ายตามล่าอยู่ ในเวลาเดียวกันน้องชายของคุณ “มาร์ติน” ก็ถูกวิญญาณร้ายตนนี้รุกรามด้วยเหมือนกัน เรื่องราวทั้งสิ้นคงจะจำเป็นต้องย้อนไปถึง “โซเฟีย” ผู้เป็นแม่ซึ่งมีลักษณะป่วยเป็นโรคที่เกิดขึ้นทางจิต ข้างหลังสูญเสียผัวที่ตายอย่างปริศา ทั้งสองจำต้องเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งสิ้น เพื่อค้นหาตัวการของวิญญาณร้ายที่รอหลอกยาม “ไฟดับ” ลง แม้มองผิวเผินหนังหัวข้อนี้ราวกับจะไม่ค่อยมีอะไรพิเศษ แต่ว่าขอบอกเลยว่า การเก็บเนื้อหาของเสียงประพฤติดีมากมายๆ“เงียบ แม้กระนั้นไม่เงียบ” ถ้ามีลำโพง หรือหูฟัง ซึ่งสามารถเก็บเนื้อหานี้ได้ รับประกันเลยว่าหนังหัวข้อนี้จะมีผลให้คุณอินสุดๆแบบจะต้องเปิดไฟนอนกันเลย

อีกด้านหนึ่งของประตู (The other side of the door)
ถ้าเกิดเบื้องหน้าเบื้องหลังประตูบานนั้นเป็นเสียงของผู้ที่คุณรักที่สุด คุณจะเปิดประตูไหม? แน่ๆที่สุดหากเป็นเหตุการณ์ทั่วๆไป ทุกคนคงจะตอบว่า เปิดแน่ๆ แม้กระนั้นสำหรับเหตุนี้อาจจะก่อให้คุณจำต้องคิดทบทวนอีกสักรอบ เนื่องจาก The Other Side of the Door เกิดเรื่องราวของ “มาเรีย” แม่ลูกสอง ซึ่งสูญเสียลูกชายไปกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ ด้วยความเสียใจเศร้าใจ โดยมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นสาเหตุทำให้จะต้องเสียลูกชายไป ก็เลยขอความเห็นกับแม่แพทย์แขกฮินดูเพื่อติดต่อขอคุยกับวิญญาณลูกชายเป็นหนสุดท้าย วิธีการทำพิธีการในแบบอย่างของศาสนาฮินดูในรูปภาพยนตร์หัวข้อนี้ จะต้องเข้าไปยังวิหารในป่าลึก ซึ่งมาเรียได้รับอนุญาตให้ได้เพียงแต่คุยแค่นั้น ห้ามเปิดประตูที่อยู่ข้างหน้า แม้กระนั้นความระลึกถึงห่วงใยทำให้คุณเผลอไปเปิดทางเข้า ความโหดในรอยเปื้อนของลูกชายคุณก็เลยปรากฎออกมา แล้วก็พุ่งวัตถุประสงค์ไปที่บุตรสาวคนเล็กของคุณ ความวอดวายที่เกิดขึ้นมาจากการเปิดประตูกำลังใกล้ มาเรียจะปรับแต่งเหตุการณ์เช่นไร อาจจำต้องไปพบซื้อมาดูกันแล้วละ

หวังว่าน่าจะชอบใจชาวหนังผีกันนะคะ สำหรับผู้ใดเป็นคนชอบดูหนังแนวสยองขวัญ สั่นประสาทต้องตามไปดูให้ครบทุกเรื่องเลยคะ รับประกันว่าไม่ทำให้ท่านไม่ถูกหนังแน่ๆ เนื่องจากว่าแต่ละเรื่องที่พวกเราคัดเลือกมาเด็ดสะระตี่ทั้งหมด ห้ามพลาด

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

เทียบส่วนดีส่วนเสียของ การดูหนังออนไลน์

การดู ดูหนังออนไลน์ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผู้คนชอบทำในเวลาว่าง จำนวนมากมักตรงเวลาที่อยู่แบบส่วนตัว เนื่องจากว่าการที่จะ ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ตเต็มเรื่อง ให้รู้สึกสนุกสนานสุดๆได้ ก็ควรต้องให้เวลาและก็ใส่ใจกับมันอย่างที่สุด แต่ว่านอกจากความสนุกสนานแล้วก็ประสบการณ์ดีๆที่กำลังจะได้รับแบบเต็มเปี่ยม จากการดูหนังออนไลน์แล้ว คุณยังคงสงสัยอยู่ใช่มั้ยล่ะ ว่ามันมีจุดเด่น ข้อบกพร่อง แตกต่างอย่างไรบ้าง โดยเหตุนี้มาดูกันดีกว่า

จุดเด่นของการดูหนังออนไลน์
จุดเด่นหนึ่งของการดูหนังออนไลน์ที่บ้าน ก็คือ อดออมค่าตั๋วหนัง อันนั้อาจจะเป็นต้นสายปลายเหตุสุดคลาสสิกของคนงบประมาณน้อยแบบพวกเราๆเลยล่ะ เนื่องจากการดูหนังเรื่องหนึ่งในโรงภาพยนต์ก็จำต้องจ่ายค่าตังแพงกว่าค่าข้าวแต่ละมื้อเสียอีก แถมยังไม่ต้องออกไปแออัดกับผู้คนด้านนอก ฝ่าป่าดงรถติด มลภาวะฝุ่นละอองควันเดินทางไปดูหนังในโรง สำหรับคนงบประมาณน้อยกระเป๋าแบบแฟนไม่มีแบบพวกเรา การดูหนังออนไลน์อยู่บ้านเป็นยอดเยี่ยมแล้ว
แล้วก็นอกจากนี้ยังมีความเป็นส่วนตัวระดับสูงสุด จะหยุดหนังแล้วลุกไปเข้าส้วมเมื่อใดก็ได้ไม่มีผู้ใดว่า หรือจะรับประทานอะไร หัวเราะ ร้องไห้ เสียงดังเพียงใดก็ได้ไม่ต้องกลัวคนใดจะส่งสายตาไม่สบอารมณ์ รวมทั้งในตอนนี้บริการดูหนังบนเว็บไซต์หนังออนไลน์ สามารถตอบปัญหาในเรื่องของประสิทธิภาพระดับ HD ซึ่งต่อให้ไม่มีระบบเสียงรอบทิศ หรือหน้าจอใหญ่ยักษ์แบบในโรงภาพยนต์ แต่ว่าถ้าจำต้องแลกเปลี่ยนกับการที่จำเป็นต้องฝ่ารถติดนานๆเป็นชั่วโมงเพื่อไปเบียดเสียดเยียดยัดกับผู้คนในโรงภาพยนต์แล้ว บางบุคคลก็บางทีอาจจะถูกใจนั่งดูหนังที่บ้านมากยิ่งกว่า ใช่มั้ยละ

จุดบกพร่องของการดูหนังออนไลน์
ข้อบกพร่องสำคัญๆก็มีเพียงอย่างเดียวก็คือ หนังที่เข้าฉายใหม่ๆมักมิได้รับการอนุญาตให้เข้าไปอยู่ในระบบของบริการดูหนังผ่านเน็ตนั้นเอง
ด้วยเหตุผลดังกล่าว การจะดูหนังใหม่ซักเรื่อง ก็เลยจำต้องใช้เวลารอคอยพักใหญ่อย่างยิ่งจริงๆ ซึ่งเป็นข้อบกพร่องสำหรับผู้ที่ใจร้อนต้องการมองไวๆแบบพวกเราทนต่อสิ่งอ้อนวอนไม่ไหว ข่มใจไม่อยู่ แม้กระนั้นสิ่งที่ได้ตอบแทนก็คือ การได้ดูหนังรวมทั้งซีปรี่ย์เก่าๆซึ่งบางเรื่องก็ขึ้นหิ้งไปแล้วอย่างไม่จำกัด สามารถมองกี่รอบก็ได้ มองเมื่อใดก็ได้

จากที่พวกเรากล่าวมาข้างต้นจะมองเห็นได้ว่าการดูหนังผ่านเน็ตนั้นมีอีกทั้งจุดเด่นข้อตำหนิปะปนไป อยู่ที่ว่าพวกเราจะเลือกแบบไหนก็สามารถทำเป็น เพื่อกับไลฟ์สไตล์ แล้วก็สิ่งที่ต้องการของพวกเราสูงที่สุด รวมทั้งในช่วงปัจจุบันอินเตอร์เน็ตไร้สายก็มีความเร็วแรงมากยิ่งกว่าเดิม ทั้งในขณะนี้หนังออนไลน์ก็มีให้เลือกใช้เลือกมองล้นหลาม ก็นับว่าเป็นจุดเด่นที่จะทำให้คู่รักหนังมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น จะดูหนังที่บ้าน หรือมองที่ใด เวลาไหนก็ทำเป็นทั้งหมด

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com